(People / Next Gen)
THE BOY NEXT DOOR
 
จาก Prism Digital Magazine
 
                ในกลุ่มตัวย่อ LGBT มีหลายความเห็นบอกว่าคนที่เป็น T ที่ย่อมาจาก Transgender หรือ คนข้ามเพศ ชีวิตต้องผ่านการต่อสู้ ต้องพิสูจน์ตัวเองมากที่สุดในกลุ่มทางเพศกลุ่มอื่น

                แซม-รณกฤต หะมิชาติ หนึ่งในกลุ่ม “ผู้ชายข้ามเพศ” ที่เป็นที่รู้จักครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งเลขาธิการและเหรัญญิกสมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย มีธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้าเพื่อสุขภาพเป็นของตัวเอง ด้วยอายุเพียง 23 แต่มีความคิดความอ่านเกินวัย จากประสบการณ์และการทำงานเก็บเงินเพื่อแลกกับร่างกายที่เขาต้องการ ไหนจะกระแสสังคมที่เกิดขึ้นจากข่าวความรักของเขากับ นก-ยลดา ผู้หญิงข้ามเพศคนดัง ทุกวันนี้เขาสตรองแต่ยังมีความอ่อนโยนให้เราได้เห็น
 
                แซมเล่าถึงผลตอบรับของสังคมที่มีต่อผู้ชายข้ามเพศ ทั้งยังเปิดเผยเรื่องที่เขาเริ่มต้นศึกษากระบวนการข้ามเพศมาตั้งแต่ ป. 5 การใช้ชีวิตคู่กับคนรัก และการวางแผนที่จะมีลูกในอนาคตร่วมกัน
 
                “ฟีดแบ็กจากการเป็นผู้ชายข้ามเพศจะไม่ค่อยโดนแอนตี้เท่าไหร่ อคติก็มีอยู่แล้วเพราะมันเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย หลักๆ คือคนยังยอมรับได้อยู่ แปลกนะ พอเป็นผู้หญิงข้ามเพศคนจะมองไปอีกแบบนึง อาจเป็นเพราะด้วยความที่ประเทศไทยมีแนวคิดผู้ชายเป็นใหญ่ เขาก็เลยจะยอมรับผู้ชายข้ามเพศมากกว่า จะมีสาวๆ กรี๊ดกันเยอะ ตัวผู้ชายข้ามเพศไม่ได้มีแซมคนเดียว ยังมีคุณจิมมี่ (กฤตธีพัฒน์ โชติฐานิตสกุล) คุณจิ๊บ (ญาณิชา มหาอุดมพร) มีอีกเยอะมาก มีความสามารถ น่าชื่นชมทุกคนเลย”
 
 
เริ่มรู้ตัวว่าเราไม่ใช่ผู้หญิงตอนไหน
 
                “รู้สึกมาโดยตลอด เรามองหาทางที่จะเปลี่ยนเป็นเพศที่เราคิดว่าเราเป็น ตอนเด็กๆ สามสี่ขวบ เราก็ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เราเป็นมันคืออะไร พอโตมาเริ่มมีวุฒิภาวะมากขึ้น เริ่มมีวิจารณญาณ เราเริ่มหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเจอบทความเกี่ยวกับการข้ามเพศ ก็เริ่มศึกษามาตั้งแต่ตอนนั้น ตอนป. 5 ป. 6 คิดว่าถ้าเทคโนโลยีมันพัฒนามันสร้างรถได้ สร้างเครื่องบินได้ ทำไมกับร่างกายเราที่มีนักวิทยาศาสตร์หลายคนเป็นร้อยเป็นพันปีเขาศึกษามา ทำไมมันจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เราไม่อยากมีหน้าอก ก็คงต้องผ่าออกไปเลย ไม่รู้ว่าผ่ายังไงนะ แต่รู้ว่ามันต้องมี หลังจากนั้นศึกษามาก็รู้ว่ามันมีการใช้ทรีตเมนท์การใช้ฮอร์โมนต่างๆ
 
                การใช้ยาไม่เคยมีการลองผิดลองถูกเลย เพราะเรารู้ว่าการใช้ยาหรือเคมีมันมีผลข้างเคียง เพราะฉะนั้นเราเลยไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยงกับการต้องทานยาผิดประเภท หรือการใช้ยาที่ไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ พอรู้ว่าโรงพยาบาลชั้นนำต่างๆ มีบริการ ก็เลยเริ่มต้นเข้าไปปรึกษาแพทย์ ดีที่มีรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์คอยแนะนำอีกทางว่าเราต้องทำอะไรก่อน ใช้ยาตัวไหน ต้องปรึกษาหมอว่ายังไง
 
                ตอนนั้นเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรามาก ไม่รู้จะปรึกษาใคร รู้จักพี่คนนึงที่กำลังจะก้าวข้ามไปเป็นผู้ชายข้ามเพศเหมือนกัน เพื่อนในไทยไม่มีเลย เป็นข้อมูลที่หายากมาก งานวิจัยต่างๆ ก็เป็นภาษาอังกฤษหมดเลยหรือบางทีต้องอีเมลไปคุยกับคนที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้วว่ามีผลยังไงบ้าง ผ่าตัดแล้วเป็นยังไง ตอนนั้นต้องติดต่อกับทางเมืองนอกตลอด ตอนนั้นหมอก็ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชายข้ามเพศเลย มีแต่ที่แปลงเพศจากชายเป็นหญิง เวลาถามเรื่องฮอร์โมนสำหรับข้ามไปเป็นเพศชายก็ไม่รู้ว่าต้องใช้ฮอร์โมนอะไร
 
                ตอนนี้ประเทศไทยก็ก้าวข้ามเรื่องนั้นมาแล้ว มีคลินิกเพศทางเลือก โรงพยาบาลหลายแห่งก็รับรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นต้องได้รับการพัฒนาและแก้ไขให้คนเข้าใจมากขึ้น มีการรณรงค์มากขึ้น เป็นเรื่องที่ดีมากๆ”
 
 
การดูแลตัวเองของผู้ชายข้ามเพศ
 
                “การดูแลตัวเองไม่ได้อยากให้มองว่าเป็นเรื่องของแค่ผู้หญิงข้ามเพศ ผู้ชายข้ามเพศหรือคน LGBT มันก็ควรจะต้องดูแลทั้งผู้หญิงผู้ชายทั่วไป ก่อนที่จะมีการทานฮอร์โมนก็ดูแลตัวเอง เข้าฟิตเนส อาจจะเพราะเราไม่ชอบสรีระตัวเองอยู่แล้วก็เลยต้องออกกำลังกายให้มีบุคลิกภาพเหมือนผู้ชายมากขึ้น กินอาหารที่สะอาดถูกสุขอนามัย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ มีวินัยในการกิน เรื่องพวกนี้เรียกว่าเป็นเรื่องปกติเลยดีกว่าสำหรับตัวผมเอง จ้างเทรนเนอร์ให้ควบคุมการออกกำลังกาย ตัวเองเป็นคนด้อยเรื่องอกมาก เพราะเรามีการผ่าตัดหน้าอกออกไป อกตรงนั้นจะขึ้นยากมากๆ เราก็ต้องสร้างกล้ามเนื้อตรงช่วงอกให้มากขึ้น เป็นคนอ้วนง่ายก็ต้องควบคุมเรื่องอาหารการกินมากๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าที่อยู่ด้วยกันคนที่เสียสละที่สุดคือพี่นก (ยลดา สวนยศ – คนรัก) เพราะเขาก็ต้องปรับการกินให้เหมือนเรา ทำอาหารให้เรา ออกกำลังกายด้วยบ้าง ได้หุ่นดีเพราะมีแม่ครัวช่วยทำให้ (หัวเราะเขิน)”
 
 
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์
 
                “เริ่มต้นจากการทำงานที่สมาคมด้วยกัน ก็เลยเกิดความผูกพัน ก็เลยตกลงจะคบกัน เราเด็กกว่าเขา คิดว่าน่าจะน้อยคนที่จะกล้าไปจีบคนที่มีความสามารถเยอะกว่า วุฒิภาวะมากกว่า เราคุยกันแล้วเริ่มชอบพอกันในลักษณะของพี่น้อง แล้วเขาน่ารักมาก พยายามทำให้เรารู้ว่า จริงๆ เราเข้าหาเค้าได้นะ เขาโอเพ่นมา เราก็เลยที่จะกล้าเข้าไปคุย”
นก ยลดา อดีตมิสอัลคาซ่าปี 2548 คนสนิทของ Prism รีบสมทบ
 
                “เรียกว่าทอดสะพานเนี่ยละ ครั้งแรกที่เจอแทบจะไม่เชื่อว่า เขาเคยเกิดมาเป็นผู้หญิง อาจจะมีบุคลิกภาพบางอย่างแอบหวาน ขนตางอน หรือเวลาที่เขาพูดก็จะเป็นคนที่สุขุม สุภาพ ตอนที่เจอครั้งแรกเขาอายุ 19 แต่ด้วยความคิดความอ่าน วิสัยทัศน์ มุมมองมันเกินเด็ก  สิ่งที่ทำให้ประทับคือ เขาสามารถคุยกับเราได้รู้เรื่อง คุยถูกคอ
 
                ในช่วงต้นก็ต้องยอมรับว่า มันก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับตัวเองเหมือนกัน เพราะไม่เคยเห็นผู้ชายข้ามเพศคนไทย พอมาเห็นก็ยังจำภาพเดิมๆ ว่าเป็นเลสเบี้ยนหรือเปล่า ยังมีคำถามเต็มไปหมด ผิดกับเราที่ไปถามเขา เขาชัดเจน อาจจะเพราะเห็นผู้หญิงข้ามเพศออกสื่อ เราไม่เคยเห็นเขา มันก็ใช้เวลาช่วงนึงที่ศึกษาเรียนรู้กับเขา เรารู้สึกว่าสิ่งที่เขาเป็นก็คือ ผู้ชายทั่วๆ ไป เราเป็นคนเปิดกว้างในเรื่อง LGBT นะ รสนิยมของเราตอนแรก เราชอบผู้ชาย ก็ต้องขอบคุณแซมกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น มันทำให้เราได้เรียนรู้ บางทีเราโฟกัสไปที่สิ่งที่เราเป็นหรืออัตลักษณ์ (identity) เราก็พร่ำบอกว่าเราเป็นอะไร แต่ความรักระหว่างคนสองคน มันลื่นไหล มันไม่ได้จบว่าเขาเป็นเพศอะไร เราเป็นเพศอะไร ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเองนะ ทำให้เรารู้ว่า มันสามารถเกิดขึ้นได้หมด”
 
                แซมเสริม
 
                “คบกันมา 4 ปีแล้ว ได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก จริงๆ ชีวิตคู่มันก็ไม่ได้ยาก ถ้าเราเรียนรู้และปรับจูนกันได้ทุกเรื่อง ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่ผู้หญิงคนนึงสามารถทำให้เราได้ วิธีคิด การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ผมว่า หลายคนที่แยกทางกันไปก่อน น่าจะเกิดจากการที่ไม่ยอมสื่อสารและปรับความเข้าใจกันไปก่อนว่าคู่ตัวเองต้องการอะไรกันแน่ ในคู่เรา เราพยายามจะปรับสิ่งต่างๆ เขาด้วยกัน อยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกว่าเรามีอนาคต เพราะว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคบกันวันนี้แล้วปลายทางมองไม่เห็นว่าเราจะเป็นอะไร คงไม่อยากอยู่ด้วยกัน แต่วันนี้ที่ได้ใช้ชีวิตกับพี่นก มันทำให้เรารู้ว่าเราสามารถไปได้ไกลกว่าสิ่งที่เราเคยเป็นอยู่”  
 
 
มุมมองของ LGBT ในไทย
 
                “ทุกคนยังมีเรื่องของความเข้าใจ ทัศนคติที่ต้องปรับไปร่วมกัน จริงๆ แล้ว LGBT ไม่ได้เพิ่งจะมี ในหลายกลุ่มหลายสมาคมก็รณรงค์เรื่องนี้กันเป็นสิบๆ ปีแล้วด้วยซ้ำ ช่วงนี้น่าจะเป็นโอกาสใหม่ที่คนไทยจะได้เข้าใจคนกลุ่ม LGBT มากขึ้น ตัวผมเองสนับสนุน อยากให้ทุกสมาคม หลายคนเข้าใจและพร้อมสนับสนุน
 
                LGBT มันก็เป็นแค่คำเรียก แต่ในเนื้อแท้ของคำเหล่านั้น มันคือการที่ทุกๆ คนเป็นมนุษย์เหมือนกัน มีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เลือกและต้องการได้ มีสิทธิ์ที่จะได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียมกันในสังคม
 
 
Developer : SHOW ON NETWORK